วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ดร.บัญชา เผย ลวดหรือเหล็กดัดฟัน เสี่ยงฟ้าผ่า

ดร.บัญชา เผย ลวดหรือเหล็กดัดฟัน เสี่ยงฟ้าผ่า

ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักวิชาการ สนง.พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผย ลวดหรือเหล็กดัดฟัน เป็นโลหะเวลามันถูกเหนี่ยวนำโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากฟ้าผ่ามันจะร้อนขึ้น พอร้อนขึ้นปั๊บมันก็เกิดไหม้ขึ้นมา
ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ระบุ ในรายการชั่วโมงเตือนภัยเสาร์ที่2 กรกฎาคม54 ว่า ฟ้าผ่านี้มีหลายสาเหตุสาเหตุอย่างเช่นภูเขาไฟระเบิดในกลุ่มควันที่มีภูเขาไฟระเบิดก็อาจจะมีฟ้าผ่าได้แต่ว่าฟ้าผ่าที่เกิดบ่อยที่สุดและเราควรจะสนใจคือ ฟ้าผ่าที่มาจากเมฆ ฝนฟ้าคะนอง เพราะฉะนั้นในบ้านเราคงไม่มีพายุทราย ภูเขาไฟระเบิดในลักษณะนั้น และเมฆฝนฟ้าคะนองน่าจะเกิดในช่วงที่ ถ้าไม่ใช่ฤดูร้อนที่มีพายุร้อนเข้ามา ก็เป็นพายุฝนที่เราเผชิญอยู่ตรงนี้ ซึ่งมีเมฆฝนฟ้าคะนองดำเป็นก้อนใหญ่มาเลยในเมฆฝนฟ้าคะนองนี้พอเวลามันก่อตัวค่อนข้างเต็มที่เขาจะมีประจุไฟฟ้าเกิดขึ้น ประจุบวกจะอยู่ทางด้านบน ประจุลบจะอยู่ทางด้านล่างฟ้าผ่าคือการที่ประจุไฟฟ้ามันถ่ายเทจากเมฆฝนฟ้าคะนองอาจจะลงสู่พื้นก็ได้ หรืออาจจะจากเมฆสู่เมฆก็ได้ในกรณีที่ลงสู่พื้นมันก็มาผ่าตามบ้านเรือน มาลงตามทุ่งนาตามที่โล่ง ๆ หรืออาจจะลงในเมืองก็มีเหมือนกัน แต่ถ้าผ่าจากเมฆสู่เมฆเราจะเห็นฟ้าผ่าออกตามแนวนอนหลายท่านคงเคยเห็นว่าฟ้าผ่ามันไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแนวดิ่ง เรื่องคนที่ได้รับอันตรายจากฟ้าผ่าก็จะมี 2 อย่างคือ บางคนอาจจะไม่เสียชีวิตก็มี หากว่ากระแสไฟฟ้าไม่มีปริมาณมากเพียงพอ แต่ถ้ากระแสไฟฟ้ามีปริมาณมากเพียงพอและเข้าสู่ส่วนสำคัญอย่างเช่น ทำให้หัวใจหยุดเต้น ทำให้การสั่งงานในสมองหยุดทำงานอย่างถาวรไปเลยทำให้เสียชีวิต ความเข้าใจที่ถูกต้องคืออย่างนี้ครับฟ้าผ่าความเข้าใจของคนคือกระแสไฟฟ้าพุ่งเข้าสู่ตัวคนเลย คนทั่วไปชอบคิดกันอย่างนั้น แต่จริง ๆ แล้วสถิติที่เขาทำการวิจัยกันมาคือผ่าตรง ๆ ไปที่คน หรือว่าผ่าไปที่สัตว์อะไรก็ตาม แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าคืออย่างนี้ครับ คนบางกลุ่มอาจจะนั่งเล่นไฮโลอยู่ หรือนั่งเล่นกีฬาฟุตบอลอยู่ในสนามอันนี้เคยขึ้นอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เล่นอยู่ในที่โล่ง ๆ ฟ้าผ่าลงมาที่จุดจุดหนึ่ง สมมติว่าฟ้าผ่าแล้วมีฝนตกด้วยพื้นก็จะแชะกระแสไฟฟ้าที่มาจากฟ้าผ่าก็จะไหลไปตามพื้นได้คล้าย ๆ กับ เราช็อตปลา เพราะฉะนั้นต่อให้เราไม่ได้อยู่ที่จุดฟ้าผ่าพอดีแต่กระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นก็สามารถเข้าสู่ตัวเราได้ทำอันตรายแก่เราอันนี้ก็เป็นอันตรายจากฟ้าผ่าเหมือนกันเป็นกรณีส่วนใหญ่ด้วย ฟ้าผ่าอาจจะเกิดได้ทุกจุดแต่โอกาสที่จะเกิดมากกว่ามักจะลงที่สูงด้วยเหตุผลอย่างนี้ครับ คือเมฆเมฆที่เป็นประจุลบจะอยู่ด้านล่าง ประจุลบก็วิ่งมาสู่พื้นก็จะเลือกเส้นทางลงมาลงแบบซิกแซกเป็นรอยหยักฟ้าผ่าไม่ได้มาอย่างเส้นตรง เพราะเวลาเขาลงมาที่ละขั้นความยาวของแต่ละขั้นประมาณ 50-100 เมตรพอหยักลงมาที่หนึ่งก็จะเลือกเป้าใหม่ หากเขาเห็นเป้าที่ใกล้เขาที่สุดเมื่อไรโอกาสที่เขาจะโดดเข้าไปสู่ตรงจุดนั้นมันก็มีมากหน่อย สมมติว่าที่โล่ง ๆ มีต้นไม้โด่เด่อยู่ต้นหนึ่ง และก็ข้าง ๆ มีต้นไม้เล็กกว่าหรือว่าอาจจะไม่มีอะไรเลยฟ้าผ่าลงมากระแสไฟฟ้าที่ลงเรื่อย ๆ เขามองเห็นพื้นแต่พื้นอยู่ไกล เขามองว่ายอดต้นไม้มันอยู่ใกล้โอกาสที่เขาจะกระโดดเข้าสู่ยอดต้นไม้จะมีสูงกว่า แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่ผ่าตรงที่โล่ง ๆ ตรงที่ไม่มีต้นไม้ แต่ถ้าสมมติว่าลงมา 100 ครั้ง เกินครึ่งจะลงมาที่สูง ๆ น้อยกว่านั้นก็จะลงที่ทั่ว ๆ ไป เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเหตุฝนฟ้าคะนองและเราหลบเข้าในบ้านและในอาคารไม่ทันอย่างเข้าใต้ต้นไม้ใหญ่อันตรายที่สุดเลย จะเห็นว่ามีข่าวคนเสียชีวิตใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือพวกสัตว์ วัว ควายทั้งหลายที่ตายใต้ต้นไม้ใหญ่มากมาย เพราะว่าฟ้าผ่ามาที่ต้นไม้ก่อนจากนั้นกระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามต้นไม้ก็แผ่กระจายไปรอบ ๆ  ต้นไม้เข้าสู่ตัวคนหรือสัตว์ที่อยู่รอบ ๆ ต้นไม้เพราฉะนั้นเราจึงได้ยินเสมอว่าทำไมคนถึงเสียชีวิตกันหลาย ๆ คน หรือได้รับอันตรายกันหลาย ๆ คน หรือสัตว์วัว ควายล้มตายกันหลาย ๆ ตัวด้วยเหตุนี้เอง
             วิธีเอาตัวรอดคือขึ้นอยู่ว่าเราอยู่ที่ไหน สมมติถ้าเราอยู่ที่โล่งก็ควรจะหาที่ที่ปลอดภัยเช่น อยู่ในอาคารในบ้าน แต่ถ้าอยู่ในบ้านแล้วก็มีประเด็นอย่างนี้ครับมีเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยสอนกันเลย เราพยายามหลีกเลี่ยงการใช้พวกอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะโทรศัพท์แบบมีสายไม่ใช่ไร้สาย โทรศัพท์แบบมีสายในต่างประเทศเขาโดนมากันหลายคนแล้วโดยเฉพาะในอเมริกา คืออย่างนี้ครับโทรศัพท์แบบมีสายในขณะสายเขาก็จะเชื่อมต่อกับวงจรข้างนอกหากฟ้าผ่าเข้ามาใกล้ ๆ  มันจะเกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำซึ่งทำให้กระแสไฟฟ้าวิ่งเข้าสู่สายโทรศัพท์ได้โดยตรง เพราะฉะนั้นโทรศัพท์มีสายเป็นตัวที่อันตรายกว่า เพราะฉะนั้นถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าใช้โทรศัพท์มือถือในระหว่างฝนฟ้าคะนองแต่ถ้าอยู่ในรถยนต์ก็ดีอยู่แล้วในแง่ที่ว่าถ้าเราปิดกระจกก็ขับรถไปตามธรรมดาตัวโครงสร้างของรถยนต์ที่เป็นเหล็กกล้าแต่ถ้าเผื่อโชคร้ายฟ้าผ่ามาที่รถยนต์พอดีด้วยโครงสร้างรถยนต์ที่เป็นโลหะกระแสไฟฟ้ามันจะวิ่งตามโครงโลหะและมันจะกระโดดออกเรียกว่าปะทะล้อออกไปทั่งนี้ ห้ามเปิดกระจก เพราะว่าถ้าเราเปิดกระจกสายฟ้าที่วิ่งมาถึงขอบกระจกหรือตรงตีนประตูเขาอาจจะกระโดดเข้าหาเราได้อันนี้อันตราย ถ้าอยู่ในรถยนต์ให้ปิดกระจกและขับไปเรื่อย ๆ ห้ามซนไปเปิดวิทยุเล่นไม่ใช่ว่าฟ้าผ่านะครับแต่ประเด็นคืออย่างนี้ครับ ถ้าฟ้าผ่ามาที่รถยนต์แต่เสาอากาศตรงวิทยุมันอยู่นอกรถยนต์มันก็จะเข้าสู่เสาอากาศ และโยงมาตามสายต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อวิทยุหากว่าโชคร้ายจังหวะเหมาะพอดี เราไปจับวิทยุตอนที่ฟ้าผ่าลงมาก็ถูกระแสไฟฟ้าทำร้ายได้เพราะเราทำตัวเป็นส่วนหนึ่งของวงจรไฟฟ้า ถ้าอยู่ในรถยนต์ก็ต้องปิดกระจกขับรถไปตามธรรมดาปกติ การที่ไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ สร้อย แหวน นาฬิกา เป็นคำแนะนำที่ถูกที่ไม่ให้มีของพวกนี้อยู่ใกล้ ๆ ตัว แต่ว่าเหตุผลนี้คลาดเคลื่อนสิ่งของพวกนี้ไม่ได้ร่อฟ้าผ่ามาที่ตัวมันโดยตรงถ้าเกิดเราเชื่อว่ามันร่อมาจริง ๆ เราคงจะเห็นฟ้าผ่ารถยนต์ ฟ้าผ่าอะไรที่เป็นโครงสร้างโลหะที่ใหญ่กว่านี้ หากมีฟ้าผ่าใกล้ ๆ หรือเรามีพวกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์อยู่ใกล้ ๆ ที่มีวงจรพวกนี้อยู่ หากมีฟ้าผ่าอยู่ใกล้ ๆ เราคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากฟ้าผ่าจะเหนี่ยวนำในโลหะพวกนี้ พอเกิดกระแสเหนี่ยวนำในพวกนี้ปรับมันจะร้อนขึ้น ร้อนขึ้นปั๊บมันจะทำอันตรายเรา ยกตัวอย่างในต่างประเทศเด็กที่ใส่ลวดดัดฟันอยู่ในบ้านเลยนะครับ พอฟ้าผ่าลงมาใกล้ ๆ บ้านเธอห่างประมาณ 5-6 เมตรปรากฏว่าเธอไม่ได้ถูกฟ้าผ่าเลย แต่ปรากฎว่าลวดเหล็กของเธอบวมแดงเลย เพราะว่าลวดดัดฟันมันเป็นโลหะเวลามันถูกเหนี่ยวนำโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากฟ้าผ่ามันจะร้อนขึ้น พอร้อนขึ้นปั๊บมันก็เกิดไหม้ขึ้นมาได้กรณีนี้เกิดน้อยหน่อย กรณีมากหน่อยก็อย่างเช่น เราใส่สร้อยคอ หรือสวมใส่ชุดที่เป็นโครงโลหะอยู่ หรือแม้แต่มีโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ ๆ พวกนี้นี้ร่อฟ้าผ่ามาที่ตัวมัน แต่ว่าความพร้อมที่เกิดขึ้นจากการที่กระแสเหนี่ยวนำเกิดขึ้นจะทำให้มันเป็นอันตรายต่อเรา เพราะฉะนั้นคำแนะนำที่ให้เอาออกห่างจากตัวนี้ถูกต้อง แต่คำอธิบายที่มันร่อฟ้าผ่านี้เป็นคำอธิบายที่คลาดเคลื่อน            
             มันจะเป็นกฎข้อหนึ่งครับซึ่งทางการทหาร หรือคนที่เดินป่าเขาจะรู้คือกฎ 30 30 คืออย่างนี้ครับสมมติว่าเกิดฝนฟ้าคะนองขึ้นมาและฟ้าผ่าเราจะเห็นแสงไฟแว๊บ ๆ จากฟ้าผ่า แว๊บขึ้นมาและก็จะเกิดเสียงตามมา เพราะว่าแสงจะมาเร็วกว่าเสียงที่นี้กฎคือย่างนี้ครับ แม้ว่าเมฆฝนฟ้าคะนองจะไม่ได้อยู่บนหัวเรา คือว่ามองขึ้นไปไม่เห็นเมฆฟ้าคะนองแต่มันอยู่ไกลไปพอสมควรแต่เราเห็นสายฟ้าออกจากก้อนเมฆ ให้เราลองมองดูไปที่นาฬิกาเลยลองจับเวลาว่าเสียงที่ตามมา หากว่าระยะเวลาไม่เกิน30 วินาทีสมมตินับได้ 15วินาที 20 วินาทีแสดงว่าเรากำลังเสี่ยงกับการที่ถูกฟ้าผ่า ฟ้าผ่าสามารถผ่าออกจากก้อนเมฆมาสู่พื้นดินได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่าลงบนเมฆแล้วลงสู่พื้นตรง ๆ คือออกนอกเมฆมาเลย อันนี้คือ 30 ตัวแรก ส่วน 30 ตัวที่ 2 คือ 30 นาทีหมายความว่าอย่างนี้ครับ สมมติว่าเมฆฝนฟ้าคะนองมันเริ่มจะซาซาลง คือเริ่มอ่อนพลังลงแล้วก็อย่าได้ไว้วางใจเพราะว่ามันอาจจะปลดปล่อยพลังครั้งสุดท้ายโดยการปลดปล่อยฟ้าผ่าออกมาตามกฎของทหารหรือ แม้แต่ไปเล่นกีฬาในที่โล่งต้องรอให้เมฆฝนฟ้าคะนองมันผ่านไปอย่างน้อย ๆ 30 นาทีก่อนถึงจะออกไปทำกิจกรรมข้างนอกได้อย่างปลอดภัย