วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554

อ.แม่ทา ลำพูนวิกฤติ เร่งอพยพ-ทำกระสอบทรายกันน้ำ

อ.แม่ทา ลำพูนวิกฤติ เร่งอพยพ-ทำกระสอบทรายกันน้ำ  

1 สค. 2554 12:23 น.

สถานการณ์น้ำท่วมจากพายุนกเตน ใน ต.ทาปลาดุก อ.แม่ทา จ.ลำพูน เริ่มวิกฤติหลังจากพบว่าตลอดทั้งวานนี้ถึงขณะนี้ น้ำได้ท่วมเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านหลายหลังคา ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้อพยพข้าวของขนย้ายออกมาอยู่ในพื้นที่สูง รวมถึงชาวบ้านให้ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่มีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าทุกอย่างจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ในวันพรุ่งนี้ช่วงเวลา 12.00 น.หากไม่มีฝนตกเพิ่ม สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้นก็ได้มีการนำอาหารกล่องเข้าไปแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะที่ อ.ป่าซาง พบว่าปริมาณน้ำแม่ทาไหลสูงขึ้นถึงริมถนนเลียบแม่น้ำทา ถนนบางจุดถูกน้ำกัดเซาะได้รับความเสียหาย ชาวบ้านต่างนำถุงกระสอบทรายวางเรียงรายที่หน้าและหลังบ้านป้องกันน้ำท่วม คาดหากฝนยังตกอยู่ น้ำอาจท่วมบ้านเรือนแน่นอน
นายชุมพร อินตะเทพ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัยพายุนกเตน ที่เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น โดยจุดศูนย์กลางของพายุนกเตน ขณะนี้ได้อยู่บริเวณจ.ลำพูน จะทำให้ภาคเหนือตอนบน มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะได้ประกาศเตือนภัยให้บ้านเรือนราษฎรที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้เฝ้าติดตามและเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ไว้รับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะคาดว่าปริมาณฝนที่ตกหนักลงมาตลอดทั้งวัน จะทำให้บนยอดเขาสูงมีน้ำป่าสะสมเพิ่มมากขึ้น จนอาจจเกิดไหลทะลักลงมาได้



 หนองคายน้ำฝนยังท่วมขังโรงเรียนปิดไปหลายแห่ง
 

1 สค. 2554 12:10 น.

พายุนกเตนทำให้เกิดฝนตกหนักที่ จ.หนองคาย โดยเฉพาะในเขต อ.เมืองหนองคายที่วัดได้ 405.9 มม. ทำให้น้ำไหลบ่าเข้าสู่ตัวเมืองหนองคาย และไหลบ่าเข้าตัวอาคารบ้านเรือนและร้านค้าที่ ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญของเมืองหนองคาย ระดับน้ำสูงประมาณ 80 ซม. น้ำได้ไหลเข้าท่วมสินค้า ทรัพย์สินของมีค่า รวมทั้งรถยนต์ที่จอดอยู่ตามฟุตปาธอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเก็บสิ่งขนออกได้ทันทำให้ได้รับความเสียหายอย่างมาก และเป็นเหตุให้ไฟฟ้าดับสนิทตลอดทั้งสายกว่า 5 กม. หลังเกิดเหตุเทศบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งระดมกำลังออกช่วยประชาชนเป็นการด่วนแล้ว เหตุเกิดตั้งแต่เวลา 03.00 น.ของคืนวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ล่าสุดวันนี้สภาพอากาศในตัวเมืองหนองคาย ยังมืดครึม มีฝนตกปรอย ๆ ตลอดเวลา ระดับน้ำที่ท่วมขังที่ ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ได้ลดลงในระดับฟุตปาธ หรือประมาณ 20 ซม. ประชาชนและเจ้าของร้านค้าเริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดอาคารบ้านเรือนและร้านค้า ส่วนรอบ ๆ ด้านนอกโดยเฉพาะชุมชนดอนมนและชุมชนมีชัยยังมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนอยู่เนื่องจากเทศบาลได้ปิดประตูน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในตัวเมืองอีก
นายทรงพล โกวิทศิริกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย เปิดเผยว่า เทศบาลได้เร่งสูบน้ำออกจากตัวเมืองตลอด 24 ชม. ขณะนี้ระดับน้ำที่ ถ.ประจักษ์ศิลปาคมลดลงเหลือประมาณ 15 ซม. ส่วนสาเหตุปัญหาเนื่องจากมวลน้ำที่มีจำนวนมากจากรอบนอกไหลเข้ามาสู่ตัวเมืองที่ ถ.ประจักษ์ศิลปาคม จึงจำเป็นต้องปิดประตูน้ำด้านนี้ไว้ก่อนเพื่อยันไม่ให้น้ำไหลเข้าตัวเมือง โดยคาดว่าจะสามารถระบายน้ำออกจาก ถ.ประจักษ์ฯได้ทั้งหมดภายในเวลา 18.00 น.วันนี้ และได้ประสานงานไปยังไฟฟ้าให้ปล่อยกระแสไฟฟ้าสาธารณะก่อนภายในวันนี้ ส่วนโรงเรียนเทศบาลปิด 1 วัน เฉพาะ โรงเรียนเทศบาล 1 และเทศบาล 4 เท่านั้นสำหรับการให้ความช่วยเหลือตอนนี้ยังคงระดมกำลังไปที่การช่วยเหลือเบื้องต้นในการขนย้ายสิ่งของ และตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประภัยแล้วซึ่งมีประชาชนในเขตเทศบาลรอบนอกได้ทยอยเข้ามาแจ้งแล้วประมาณ 100 ราย ซึ่งทางเทศบาลจะให้การช่วยเหลือต่อไป อยากเรียนประชาสัมพันธ์ว่าน้ำที่ท่วมท่วมเฉพาะ ถ.ประจักษ์ศิลปาคมเท่านั้น ส่วนท่าเสด็จ สะพานมิตรภาพไทย-ลาว หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัยและสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้
นายสุรชัย ดิ่งสวัสดิ์ เจ้าของร้านนิวโชคชัย จำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์มือถือ กล่าวว่า ร้านของตนสูงกว่าฟุตปาธประมาณ 20 ซม.พร้อมกับทำระบบกันน้ำไว้ดีพอสมควร และไม่คาดคิดว่าจะมีน้ำมากถึงขนาดนี้เพราะระดับน้ำในแม่น้ำโขงยังต่ำอยู่ ซึ่งในคืนน้ำท่วมตนพร้อมครอบครัวยังคงพักผ่อนอยู่ชั้น 2 เนื่องจากฝนตกหนักตนได้ลงมาดูชั้นล่าวก็พบว่าน้ำได้ไหลเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถเก็บสิ่งของออกได้ทันทำให้ได้รับความเสียหายกว่า 5 แสนบาท และน้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งแรกและเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่เกิดจากน้ำฝนที่ทำความเสียหายให้กับชาวหนองคาย ทำให้ย่านเศรษฐกิจสำคัญได้รับความเสียหายหลาย 10 ล้านบาท
รายงานข่าวแจ้งว่า ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สาเหตุน้ำท่วมเนื่องจากมีการก่อสร้างทับทางระบายน้ำตามธรรมชาติ อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีระบบการป้องกันและระบบเตือนภัยที่ดีพอ ซึ่งหากมีการแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าก็จะไม่เกิดความเสียหายมากขนาดนี้ เพราะทุกคนต่างทำมาหากินไม่ได้ติดตามข่าวสารเท่าใด.



 อ.นาน้อยอ่วมฝนตกหนักจนน้ำล้นตลิ่งไหลท่วม
 

1 สค. 2554 11:50 น.

นายกฤชทิพ ชะนิดไทย ปลัดอาวุโส อำเภอนาน้อย จ.น่าน เปิดเผยว่า อำเภอนาน้อยประสบปัญหาอุทกภัยหลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องถึง 2 คืน 1 วัน ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำกึ๋น แม่น้ำหิน และแม่น้ำแหง มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นและล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่ม ซึ่งมีทั้งพื้นที่เกษตรกรรม นาข้าว ไร่ข้าวโพด บ่อปลา ฯลฯ รวมทั้งบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกติดติมแม่น้ำ เบื้องต้นมี 4 ตำบลที่ได้รับผลกระทบ คือ ต.สถาน ต.เชียงชอง ต.บัวใหญ่ และต.ศีรษะเกษ รวม 33 หมู่บ้านจากทั้งหมด 68 หมู่บ้าน ประเมินการณ์มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 1,000 ครัวเรือน
ทั้งนี้อำเภอได้ระดมเจ้าหน้าที่ออกช่วยเหลือประชาชนและสำรวจความเสียหายแต่ยังทำได้ไม่เต็มที่เพราะบางจุดน้ำยังท่วมขังสูง อย่างไรก็ตามสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นยังมีระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งรุนแรงและหนักกว่าครั้งนี้มาก นอกจากนี้ประชาชนในพื้นที่ประสบการณ์จากน้ำท่วมปีก่อนจึงเตรียมขนย้ายสิ่งของไวบนที่สูงเรียบร้อยแล้ว


 อ.นาหมื่นน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่มนับ 10 จุด
 

1 สค. 2554 11:40 น.

นายศักดิ์ชัย รุ่งโรจน์วณิชย์ นายอำเภอนาหมื่น จ.น่าน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอนาหมื่นหลังมีฝนตกลงมาอย่างหนัก กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหลายพื้นที่ได้รายงานเข้ามาที่อำเภอว่าเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนภูเขาสไลด์ลงมามากกว่า 10 จุด แต่ยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน ทรัพย์สิน และชีวิตเพราะดินที่ถล่มมายังไม่ไหลลงมาถึงตัวบ้าน-พื้นที่ชุมชน แต่จากสภาพอากาศที่ท้องฟ้ายังมึดครึ้มและฝนยังตกลงมาต่อเนื่องโดยเฉพาะในวันพรุ่งนี้ ( 2 ส.ค.)ปริมาณน้ำฝนอาจเพิ่มขึ้น อำเภอได้แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมอพยพเพราะภูมิประเทศของอำเภอนาหมื่นเป็นภูเขาสูง
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีน้ำป่าไหลหลากซัดคอสะพานขาด 1 แห่ง ที่ ต.บ่อแก้ว เบื้องต้นได้ประสานไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน เข้ามาดำเนินการซ่อมแซมนำดินมาถมคอสะพานให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ สำหรับน้ำป่าที่ไหลหลากไม่มีปัญหาท่วมขังเพราะสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาทำให้กระแสน้ำไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว เบื้องต้นอำเภอได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจความเสียหายแล้ว


 น้ำปายเอ่อท่วมเกสต์เฮ้าส์หลายแห่ง จนท.เร่งขนนทท.ไปที่ปลอดภัย
 

1 สค. 2554 11:36 น.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ยังน่าเป็นห่วงโดยระดับน้ำในแม่น้ำปายยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนรวมถึงเกสต์เฮ้าส์ที่อยู่ริมสองฝั่ง โดย อบต.เวียงใต้ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการในการขนย้ายข้าวของและเข้าช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติออกจาเกสต์เฮ้าส์ไปอยู่ในที่ปลอดภัย ล่าสุดปริมาณน้ำในแม่น้ำปายยังทรงตัวและยังมีฝนตกลงมาตลอดทั้งวันโดย อบต.เวียงใต้ ได้ร่วมกับเทศบาลตำบลปาย เร่งตรวจสอบพื้นที่ริมตลิ่งเพื่อป้องกันการพังถลายและเร่งนำกระสอบทรายเข้าสร้างกำแพงกั้นน้ำเพื่อป้องกันการเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและเกสต์เฮ้าส์อีกหลายจุด


<< back  next >>


 ปภ.เตือนน้ำแม่ยมล้นตลิ่งจ่อเข้าท่วมเมืองแพร่
 

1 สค. 2554 11:33 น.

สถานการณ์จากพายุนกเตน ที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ จ.แพร่ ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. ทำให้เกิดฝนตกติดต่อกันจนทำให้ระดับน้ำในลำห้วยในพื้นที่ จ.แพร่ เพิ่มสูงจนเอ่อท่วมในทุกอำเภอของ จ.ดแพร่ ขณะที่วันนี้ เวลา 10.00 น.จากการเฝ้าระวังของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ พบว่าปริมาณน้ำดังกล่าวได้ไหลลงแม่น้ำยม และทำให้ระดับน้ำมีแม่ยมสูงขึ้น โดยวัดได้ที่สถานีวัดระดับน้ำอุทกวิทยา น้ำโค้ง อ.เมืองแพร่ ได้ที่ 09.33 เมตร และที่สถานีวัดระดับน้ำห้วยสัก อ.สอง จ.แพร่ วัดได้ 08.39 เมตร เป็นระดับน้ำที่ประชาชนต้องระวังน้ำแม่ยมที่จะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนฉับพลัน
นายสมคิด ผานุการณ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ เปิดเผยว่า ได้ประกาศให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำยมให้อพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำยมให้เก็บนำทรัพย์สินไปเก็บไว้ในที่สูง เนื่องจากอยู่ในช่วงที่ระดับน้ำแม่ยมอาจจะเพิ่มสูงขึ้นได้ตลอดเวลา
ส่วน พ.ต.อ.วันชัย เจริญผล ผกก.สภ.เมืองแพร่ ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 2554 ในการช่วยเหลือสนับสนุนฝ่ายปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการออกช่วยเหลือประชาชน โดยจัดกำลังชุดตำรวจนอกเครื่องแบบช่วยเหลือประชาชน ในการขนย้ายสิ่งของไปไว้ในที่ปลอดภัย
ขณะที่สถานการณ์ระดับน้ำแม่น้ำยม ขณะนี้ หากปริมาณน้ำแม่น้ำยมที่ไหลมาจาก จ.พะเยา ไม่เพิ่มขึ้น และไม่มีฝนตกหนัก คาดว่าสถานการณ์ประมาณน้ำแม่ยมในพื้นที่ จ.แพร่ จะยังไม่ทะลักท่วมในเขตเทศบาลเมืองแพร่ชั้นใน และย่านชุมชนใน จ.แพร่ แต่พื้นที่ที่อยู่ริมตลิ่งและที่ลุ่มจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน


 เร่งอพยพชาวบ้านริมน้ำหลังน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร
 

1 สค. 2554 11:23 น.


นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตอนนี้พบว่า บริเวณริมแม่น้ำยม น้ำได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านกว่า 200-300 หลังคาเรือน โดยระดับน้ำได้ท่วมสูง 1-2 เมตร ชาวบ้านส่วนหนึ่งได้อพยพข้าวของขนย้ายออกมาอยู่ในพื้นที่สูง รวมถึงชาวบ้านให้ออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่มีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าทุกอย่างจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้ในวันพรุ่งนี้ช่วงเวลา 12.00 น. สำหรับความช่วยเหลือเบื้องต้นก็ได้มีการนำอาหารกล่องเข้าไปแจกจ่ายชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนบริเวณสถานีขนส่งแพร่นั้น ช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่าได้มีน้ำป่าไหลหลากเข้ามาเอ่อท่วมพื้นที่ แต่ปริมาณไม่สูงมากนักประมาณ 40-50 เซนติเมตร กระทั่งตอนนี้น้ำได้ลดรถดับลงแล้ว สามารถเดินรถได้ตามปก ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าบริเวณสถานีขนส่งแพร่ได้มีการขนย้ายสินค้ากันจ้าละหวั่น และประชาชนเองก็ต้องเดินลุยน้ำมาขึ้นรถ สร้างความโกลาหลเล็กน้อย แต่ตอนนี้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว


 ฝนตกหนักน้ำท่วมทั่วเมืองเชียงใหม่-แม่น้ำปิงเริ่มเพิ่มสูง
 

1 สค. 2554 11:12 น.


อิทธิพลพายุนกเต็นส่งผลให้มีฝนตกตลอดทั้งคืนในทุกอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังหลายจุดทั่วเมือง โดยเฉพาะย่านชุมชนศรีปิงเมือง ถนนห้วยแก้ว และ ถนนสุเทพ น้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นทำให้วิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ต้องประกาศหยุดการเรียนการสอนไม่มีกำหนด ส่วนใน ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว ต้นไม้ใหญ่ได้ล้มขวางถนนเชียงใหม่ - ฝาง ทำให้รถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ทำให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก ล่าสุดเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตัดและขนย้าย
ส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงที่สถานีตรวจวัดสะพานนวรัฐ อ.เมืองเชียงใหม่ เริ่มเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับจากเวลา 06.00 น. ที่ 2.35 เมตร เป็น 2.72 เมตร ในเวลา 09.00 น. ขณะที่ระดับน้ำในคลองชลประทานใน อ.เมืองเชียงใหม่ ก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีบางจุดที่น้ำเอ่อล้นท่วมขังบนถนน เช่น สี่แยกภูคำ และสี่แยกต้นพยอม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำเครื่องสูบน้ำเข้าเร่งระบาย
สถานการณ์น้ำที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะระดับน้ำแม่น้ำปิงที่เพิ่มขึ้น แม้ยังห่างไกลจุดวิกฤตแต่ก็ทำให้งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเชียงใหม่ ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมกระสอบทรายและเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว


 ลำปางประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงภัยทั้ง 13 อำเภอ
 

1 สค. 2554 11:12 น.

นายกฤษเพชร เพชรบูรณะนิล หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และเบาเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดลำปาง ได้ออกประกาศเตือนภัยในระดับสูงถึงพื้นที่เสี่ยงภัยทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัยพายุนกเตน ที่เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น โดยจุดศูนย์กลางของพายุนกเตน ขณะนี้ได้อยู่บริเวณจังหวัดลำปาง จะทำให้ภาคเหนือตอนบน มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะได้ประกาศเตือนภัยให้บ้านเรือนราษฎรที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้เฝ้าติดตามและเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ไว้รับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะคาดว่าปริมาณฝนที่ตกหนักลงมาตลอดทั้งวัน จะทำให้บนยอดเขาสูงมีน้ำป่าสะสมเพิ่มมากขึ้น จนอาจจะเกิดไหลทะลักลงมาได้



 ทน.เชียงใหม่ เร่งระบายน้ำท่วมขังในตัวเมือง
 

1 สค. 2554 11:09 น.

นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังมีฝนตกลงมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้ ( 1 ส.ค.) ส่งผลให้หลายพื้นที่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่น้ำท่วมขัง เนื่องจากท่อน้ำระบายน้ำไม่ทัน ทั้งที่ชุมชนตลาดประตูก้อม ต.หายยา บ้านช่างเคี่ยน ต.ช้างเผือก สี่แยกข่วงสิงห์ บางจุดสูงกว่า 50 เซนติเมตร เทศบาลฯได้เร่งน้ำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไประบายน้ำในจุดที่ท่วมขังแต่ยังไม่สามารถระบายให้น้ำลดลงได้ทันที เพราะน้ำคลองแม่ข่าก็หนุนขึ้นสูงจากปริมาณน้ำที่ไหลลงมาสมทบจากอ.แม่ริมและอ.แม่แตง เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การระบายน้ำลงคลองแม่ข่าล่าช้า
ทั้งนี้ เทศบาลฯได้ปรับเปลี่ยนแผนเร่งระบายน้ำในคลองแม่ข่าลงสู่แม่น้ำปิงที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ โดยใช้ช่องทางที่บริเวณหน้าสำหนักงานเทศบาลฯย่านตลาดเมืองใหม่ และประตูระบายน้ำที่ถ.มหิดล อ.เมือง เพราะปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงยังไม่สูงมากสามารถระบายน้ำจากคลองแม่ข่าลงไปได้ คาดว่าหากในช่วงเย็นวันนี้ไม่มีฝนตกลงมาซ้ำอีกน้ำที่ท่วมขังในเขตเทศบ่ลหลายจุดน่าจะลดลงระดับลง อย่างไรก็ตามสถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจเพราะกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่าในวันพรุ่งนี้ ( 2 ส.ค.) จะมีฝนตกลงมาอีกและจะมีปริมาณมากกว่าวันนี้


 น้ำท่วมรางรถไฟเชียงใหม่-กทม. ยกเลิกแล้ว 3 ขบวน
 

1 สค. 2554 10:44 น.


นายศีลรัตน์ ดีวาจี นายสถานีรถไฟเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักส่งผลให้น้ำ ท่วมทางรถไฟใน อ.ลอง จ.แพร่ ซึ่งนอกจากขบวนรถไฟจากกรุงเทพมหานครจะไม่สามารถเดินทางไปยัง ปลายทางที่สถานีเชียงใหม่ได้จำนวน 2 ขบวน ในส่วนของรถไฟที่จะออกเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไป ยังกรุงเทพมหานครในช่วงเช้าที่มีทั้งขบวนรถไฟฟรี ขบวนดีเซลราง และ ขบวนรถด่วน รวม 3 ขบวน ต้อง ถูกยกเลิกด้วยเช่นกัน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้โดยสารจำนวนหนึ่งต้องได้รับความเดือดร้อน โดยสถานีรถไฟเชียงใหม่ได้เปิดรับคืนตั๋วและคืนเงินเต็มจำนวน ส่วนขบวนรถไฟที่เหลือในช่วงเย็นจะออกเดินทางได้ตามกำหนดหรือไม่ต้องรอดูสถานการณ์อีกครั้ง


 น้ำท่วมทองแสนขัน ยังขยายวงกว้าง
 

1 สค. 2554 10:31 น.

ฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลพายุ “นกเตน” ยังคงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากที่จังหวัดอุตรดิตถ์ขยายวงกว้างและที่ยังน่าเป็นห่วงเมื่อระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านและพื้นที่การเกษตร ในเขตเทศบาลตำบลทองแสนขัน อ.ทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์ ระดับน้ำสูงกว่า 2 เมตร ชาวบ้านต่างขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยงมาอาศัยริมถนนสายทองแสนขัน-อุตรดิตถ์
นายบุญชู แก้วแสนขัน กล่าวว่า น้ำป่าทะลักเข้าท่วมอย่างรวดเร็วชาวบ้านกว่า 200 ครอบครัวสิ่งของต้องจมใต้น้ำ เนื่องจากเก็บไม่ทันและไม่มีการการแจ้งเตือนภัยก่อนล่วงหน้า ประกอบกับในพื้นที่ไม่มีสัญญาณเตือนภัยแต่อย่างใด ปัจจุบันต้องอาศัยศาลาพักร้อนข้างถนนเป็นที่พักชั่วคราว ที่น่าเสียใจข้าวเปลือกที่เก็บไว้เพื่อบริโภคตลอดทั้งปีกว่า 2 ตันซึ่งอยู่ใต้ถุนบ้านขนย้ายไม่ทันเปียกน้ำทั้งหมด ข้าวนาปีที่ลงมือปลูกอายุได้กว่า 1 เดือน 20 ไร่ก็จมอยู่ใต้น้ำ ยังไม่มีหน่วยงานราชการใดเข้ามาให้ความช่วยเหลือ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ช่วยเหลือตัวเองมาตลอด
นางน้ำค้าง เทียนสว่าง เขตเทศบาลตำบลทองแสนขัน กล่าวว่า นอกจากบ้านจะน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตรแล้ว แปลงไร่นาสวนผสมที่ครอบครัวยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง กว่า 4 ไร่ถูกน้ำท่วม บ่อเลี้ยงปลานิล ปลาตะเพียนและปลาดุก 2 บ่อ จำนวนมากกว่า 2 หมื่นตัวน้ำท่วมไม่มีเหลือ ขนย้ายทันเฉพาะหมูขุนจำนวน 20 ตัว โค-กระบือ กว่า 10 ตัว ล่าสุดต้องสร้างคอกเลี้ยงสัตว์ ชั่วคราวโดยใช้กระบะท้ายรถยนต์และรถไทยแลนด์ และตะเวนเก็บผักบุ้งให้เป็นอาหาร
นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ ระบุว่า จังหวัดอุตรดิตถ์เกิดน้ำป่าไหลหลาก 4 อำเภอ คือ เมืองอุตรดิตถ์ ฟากท่า น้ำปาด และที่ยังวิกฤติที่น่าเป็นห่วงคืออำเภอทองแสนขันมีปริมาณฝนมากถึง 130 มิลลิเมตร ยิ่งฝนตกอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับน้ำที่คลองตรอนซึ่งรับน้ำไหลจากภูเขาเพิ่มระดับสูงชั่วโมงละ 5 เชนติเมตร ล้นทะลักอย่างรวดเร็วได้ กำชับเจ้าหน้าที่และประชาชนเฝ้าระวัง อันดับเร่งให้ความช่วยเหลือชีวิตและทรัพย์สิน เป็นอันดับแรกส่วนพื้นที่การเกษตรส่วนใหญ่เป็นนาปี และข้าวโพดที่อายุกว่า 1 เดือน จมอยู่ใต้น้ำไปแล้วกว่า 1 หมื่นไร่ ล่าสุดแจ้งเตือนชาวบ้านเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 3สิงหาคม 2554
นายธนรัชต์ ภูมมะกสิกร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า อิทธิพลจาก พายุโซนร้อน “นกเตน” ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในส่วนของจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน ทั้งนี้เขื่อนสิริกิติ์รับน้ำจากแม่น้ำน่าน คาดปริมาณน้ำจากอิทธิพลของพายุดังกล่าวจะไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ในปริมาณที่มาก เขื่อนสิริกิติ์สามารถรับน้ำได้สูงถึง 9500 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 162 เมตรระดับนำทะเลปานกลาง ยังสามารถรับน้ำได้อีก 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร


 น้ำป่าไหลท่วมลำปาง น้ำพัดกระบะจมเกือบทั้งคัน
 
1 สค. 2554 10:14 น.

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 1 ส.ค. ได้เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากซึ่งเป็นน้ำป่าจากลำห้วยขุนทะ ในเขตดอยพระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ไหลหลากทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนของชาวบ้าน หมู่ 4 บ้านผาลาด ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ทำให้บ้านเรือนราษฎรของชาวบ้านในหมู่บ้านผาลาด ขณะที่ระดับน้ำมีความสูงเกือบ 1 เมตร ไหลท่วมถนนสายผาลาด - แม่เมาะ บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 2 สูงกว่า 50 เซนติเมตร รถที่สัญจรผ่านต้องชะลอรถและผ่านไปขับไปด้วยความยากลำบาก
ขณะเดียวกัน มี รถกระบะนิสสัน สีบรอนซ์ ทะเบียน บย 1192 ลำปาง ของนางกาญจนา มูลผึ้ง อายุ 49ปี ซึ่งมากับญาติ 2 คน ขับผ่านมา เพื่อไปขายกับข้าวที่ตลาดในการไฟฟ้าอ.แม่เมาะ ช่วงนั้นมองไม่เห็นทางถนนที่ถูกน้ำท่วม ทำให้รถกระบะ วิ่งฝ่าน้ำป่าซึ่งน้ำป่าสูงเกือบ 1 เมตร และน้ำป่าพัดรถตนเองไหลไปพัดกับสายน้ำลงไปจมน้ำเกือบทั้งคัน โชคดีที่ชาวบ้านผาลาด ช่วยเหลืออกจากรถได้ทัน
จากนั้นชาวบ้านช่วยกันนำรถไถมาช่วยลากรถกระบะ ขึ้นมาได้ทัน ส่วนรถพังเสียหายทั้งคัน เพราะน้ำเข้าท่วมรถและขณะนี้จอดอยู่ที่เกิดเหตุใช้การไม่ได้

ภาพจากทวิตเตอร์ โดย @supee_nnanorth


 พิษณุโลก ท่วม2อำเภอ
 

1 สค. 2554 09:55 น.

นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ผลจากพายุนกเตนพาดผ่านภาคเหนือ ส่งผลให้มีฝนตกหนักมากในเขตอำเภอนครไทยและอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฏาคม 2554 กระทั่งเช้าวันที่ 1 สิงหาคม จังหวัดพิษณุโลกก็ยังมีฝนตกตลอดเวลา ขณะนี้ได้รับการรายงานผลกระทบจากสองอำเภอที่เกิดน้ำป่าไหลหลาก ได้แก่ หมู่ 3 และหมู่ 4 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาตลอดทั้งคืนได้เอ่อล้นลำน้ำภาค ทำให้ถนนภายในหมู่บ้านไม่สามารถสัญจรได้
ทั้งนี้ ทางอำเภอชาติตระการได้ส่งเรือท้องแบนนเข้าไปช่วยเหลือราษฎรและนักเรียนแล้ว ขณะนี้น้ำจากลำน้ำภาค ได้เริ่มไหลมาลงสู่ตำบลชาติตระการ อำเภอชาติตระการ และจะไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อย คาดอำเภอชาติตระการจะได้รับผลกระทบไม่มาก


 ปภ.เฝ้าระวังหวั่นน้ำป่าทะลักลำปาง-ประกาศเตือนพื้นที่เสี่ยงทั้ง 13 อ.
 

1 สค. 2554 09:35 น.

นายกฤษเพชร เพชรบูรณะนิล หัวหน้าสำนักงานป้องกัน และเบาเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดลำปาง ได้ออกประกาศเตือนภัยในระดับสูงถึงพื้นที่เสี่ยงภัยทั้ง 13 อำเภอของจังหวัดลำปาง หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเตือนภัยพายุนกเตน ที่เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น โดยจุดศูนย์กลางของพายุนกเตน ขณะนี้ได้อยู่บริเวณจังหวัดลำปาง จะทำให้ภาคเหนือตอนบน มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และมีฝนตกหนัก ถึงหนักมากในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะได้ประกาศเตือนภัยให้บ้านเรือนราษฎรที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ซึ่งทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ได้เฝ้าติดตามและเตรียมพร้อมเจ้าหน้าที่ไว้รับสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะคาดว่าปริมาณฝนที่ตกหนักลงมาตลอดทั้งวัน จะทำให้บนยอดเขาสูงมีน้ำป่าสะสมเพิ่มมากขึ้น จนอาจจะเกิดไหลทะลักลงมาได้

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย joyguang1 : วันนี้ เมื่อ 01:18 PM