วันพุธที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ท่าน้ำนนท์ใกล้วิกฤต!

ท่าน้ำนนท์ใกล้วิกฤต!
12 ตุลาคม 2554 เวลา 12:02 น.



ระดับน้ำเจ้าพระยาท่าน้ำนนท์สูงต่อเนื่อง โป๊ะท่าน้ำลอยเกือบสุดเสายึด เร่งสูบน้ำออกตลอด ด้านปภ.หวั่นฝนตกหนัก-น้ำหนุนทำกทม.อ่วม

สถานการณ์ระดับน้ำที่ท่าน้ำนนนท์ เทศบาลนครนนทบุรี น่าเป็นห่วง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโป๊ะลอยท่าลอยขึ้นจนเกือบสุดตัวเสายึด เจ้าหน้าที่เทศบาลได้นำกระสอบทรายก่อเป็นกำแพงกั้นน้ำสูงประมาณเกือบ2เมตรไม่ให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาทะลักเข้ามาในตัวเมือง

เจ้าหน้าที่ได้ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 1 ตัว คอยสูบน้ำออกตลอดเวลา พร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงเทศบาลนครนนทบุรี และเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย คอยเฝ้าวังตลอด24ชม.

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.50น. ได้เกิดฝนตกหนักทำให้กระแสน้ำเจ้าพระยาไหลเชี่ยวกราก เรือข้ามฝากไปฝั่งอ.บางบัวทอง ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น การควบคุมรือเป็นไปด้วยความลำบาก ส่วนเรือด่วนเจ้าพระยายังคงเปิดบริการตามปกติ แต่ต้องบังคับเรือให้เดินช้าลง เพื่อลดความแรงของกระแสน้ำจะพัดเข้าบ้านเรือนประชาชน

ชาวบ้านในเทศบาลนครนนทบุรี ระบุว่า ระดับน้ำขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก หากกั้นน้ำไม่อยู่เทศบาลนครนนทบุรีจมแน่นอน ได้แต่ภาวนาอย่าให้ฝนตกลงมาอีก เพราะกลัวแนวกระสอบทรายจะพังลงมา

ส่วนที่ทำการเทศบาลนครนนทบุรี ได้เปิดเป็นศูนย์ช่วยเหลือบรรเทาผู้ประสบอุทกภัย โดยมีชาวบ้าน และบริษัทเอกชนได้ร่วมบริจาคทรายจำนวนหนึ่ง มาให้อาสาสมัครกรอกบรรจุลงกระสอบนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนทำคันกั้นน้ำในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ยังมีพ่อค้า และแม่ค้าได้นำกับข้าวกล่องมาเลี้ยงแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครด้วย

เทศบาลแจกกระสอบล้านใบเชื่อยังป้องกันได้

นางพรศรี กิจธรรม ปลัดเทศบาลนครนนทบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ได้เตรียมกระสอบทรายไว้ 1 ล้านใบเพื่อแจกจ่ายให้กับชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเชื่อว่าในช่วงน้ำทะเลหนุนในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ยังสามารถรับมือได้ เนื่องจากได้เตรียมแนวกระสอบทรายเอาไว้ที่ความสูงระดับ 3.5 เมตร ขณะที่ระดับน้ำในเจ้าพระยาอยู่ที่ 2.7 เมตร รวมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำจุดเสี่ยงเพื่อเฝ้าระวังน้ำทะลักท่วมตลอด24 ชม. ซึ่งขณะนี้ยังมั่นใจว่ายังสามารถรับมือปริมาณน้ำได้

ปภ.ห่วงฝนตก-น้ำหนุนทำกทม.กระทบหลังระดับน้ำเจ้าพระยาสูง

นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า จากการประสานข้อมูลระดับน้ำทะเลหนุนกับกรมอุทกศาสตร์ พบว่า ในระยะนี้สถานการณ์น้ำในภาคเหนือและภาคกลางมีปริมาณมาก ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา มีปริมาณสูงถึง 3,500 - 4,200 ลบ.เมตรต่อวินาที

ทั้งนี้เป็นผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ กรุงเทพมหานคร ถึงป้อมพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง จะมีความสูงประมาณ 1.95 - 2.30 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง และอาจสูงกว่า 2.30 เมตร ในช่วงที่มีปริมาณฝนตกในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง รวมทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากกว่าปกติ หรือมีการเปลี่ยนแปลงการระบายน้ำเพิ่มสูงขึ้น สำหรับในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด แบ่งเป็น 2 ช่วง ตั้งแต่ 14 - 17 และ 28 - 31 ต.ค.นี้ โดยระดับน้ำทะเลหนุนสูงสุดในช่วงวันที่ 29 ต.ค.

ทั้งนี้ ปภ. ขอเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำเตรียมรับมือผลกระทบที่จะเกิดจากระดับน้ำเหนือที่ไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ ในช่วงที่มีฝนตกชุกหนาแน่นและน้ำทะเลหนุนสูงในคราวเดียวกัน โดยให้ติดตามสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ขนย้ายสิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง ให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง

รวมทั้งควรจัดทำกระสอบทรายเสริมเป็นแนวคันกั้นน้ำบริเวณหน้าบ้านและท่อระบายน้ำ พร้อมตรวจสอบให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง ที่สำคัญ ในช่วงที่ก่อนที่น้ำจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือน ให้รีบตัดกระแสไฟฟ้า และงดใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วไหล ทำให้ถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต

ภาพ/ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์