ผู้รับข้อความ: Carlos Almeida
สถานที่: เมือง Quito, ประเทศสาธารณรัฐเอควาดอร์ (Ecuador)
เมื่อไหร่? เมื่อไหร่ที่จุดวิกฤติที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆของโลกได้มาถึง
เหตุการณ์เหล่านี้จะเปลี่ยนรังสีออร่าและสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์โลก
ซึ่งกำหนดเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเหล่านั้น ถูกเชื่อมโยงอยู่กับ
"กรรม" และ "ความไร้ศีลธรรม" ของผู้คนบนโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นโดยตรง

เมื่อถึงเวลานั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของโลกหลายอย่าง ทั้งทางธรณีวิทยาและชีววิทยา
จะถึงจุดที่จะต้องมีการช่วยชีวิตผู้คนบนโลกโดยการใช้แผนการอพยพที่วางเอาไว้แล้ว
แผนการช่วยเหลือมนุษย์โลกในช่วงภาวะวิกฤตินี้ ได้ถูกขบคิดและวางแผนมาอย่างถูกต้องแม่นยำนานแล้ว
แต่ก็จะมีชาวโลกเป็นจำนวนมากที่จะปฏิเสธความช่วยเหลือดังกล่าวนี้ เพราะคุณสมบัติของพวกเขาเอง
ชาวโลกที่ยินยอมให้พวกเราช่วยเหลือจะได้รับการดูแล ตามแต่สภาวะจิต วุฒิภาวะทางจิตวิญญาณ และอายุของพวกเขา
ชาวโลกบางคนจะถูกทำให้หลับเพื่อไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมา พวกเขาจะปลอดภัยอยู่ในยานอวกาศ
ที่ดูเหมือนกับเมืองทั่วๆไป จนกว่าพวกเขาจงถูกส่งกลับลงมาบนโลกใหม่อีกครั้ง
ชาวโลกบางส่วนจะถูกส่งไปเตรียมความพร้อมบนดาวดวงอื่นๆ เพื่อไปปรับตัวให้ชินกับสภาพอากาศที่นั่น เพื่อไปวิวัฒนาการต่อที่นั่น
แม้แต่พืชและสัตว์ต่างๆก็จะถูกนำขึ้นไปอยู่บนดวงดาวเหล่านั้นด้วย โดยไม่รบกวนวิวัฒนาการของพวกมันเลย
จากนั้นพวกมันก็จะถูกส่งกลับลงมายังโลกใหม่อีกครั้ง
เด็กๆจะถูกนำขึ้นไปขณะหลับ ไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษในยานอวกาศที่เต็มไปด้วยคลื่นความสั่นสะเทือนแห่งความรัก
หลังจากนั้นไม่นาน บรรดาเด็กๆก็จะได้พบกับผู้ปกครองของตนเอง
ในระหว่างที่เด็กๆอยู่บนยานอวกาศนั้น เด็กๆจะผ่านเข้าสู่วงจรแห่งการเปลี่ยนรูปอะไรบางอย่าง
ซึ่งเมื่อจบสิ้นกระบวนการแล้วเด็กๆจะฉลาดเฉลียวและมีวุฒิภาวะ
หลังจากนั้นเด็กๆก็จะถูกส่งกลับลงมาที่โลกที่ถูกชำระแล้วอีกครั้ง ในฐานะของผู้ที่จะสร้างโลก
ไม่ต้องเป็นห่วงลูกๆของพวกท่าน เพราะว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เฉกเช่นเดียวกับตัวพวกท่านเอง
ความรักเป็นพลังที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของพวกเรา และพวกเราไม่สามารถที่จะทำเรื่องที่เลวร้ายได้
เหมือนอย่างที่มนุษย์โลกอย่างพวกท่านที่ทำร้ายกันเอง
โครงสร้างร่างกายของมนุษย์โลกในอนาคตจะเป็นแบบ “กึ่งกายทิพย์” มนุษย์ทุกๆคนบนโลกใหม่จะสามารถโทรจิตได้
รู้อนาคตได้ และหายตัวได้
การช่วยชีวิตมนุษย์จากไฟนรกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติต่างๆนาๆ ก็คือการอพยพครั้งยิ่งใหญ่นี้
ไม่มีใครที่จะบังคับใครให้อพยพได้ เพราะทางเลือกอิสระคือสิ่งสำคัญ
การอพยพจะสามารถรักษากายเนื้อของมนุษย์ไว้ได้ มนุษย์จะรอดชีวิตอยู่ในยานอวกาศ
และเมื่อภัยพิบัติต่างๆเกิดขึ้นจนเสร็จสิ้นลงแล้ว มนุษย์ก็จะถูกนำกลับลงมาบนโลกใหม่ที่ถูกชำระจนสะอาดแล้วอีกครั้ง
เหตุการณ์ทั้งหมดจะกินเวลาเพียงสั้นๆเพราะว่าทุกๆอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มนุษย์โลกทุกๆคนจะสามารถสัมผัสได้
จงปรึกษาหารือกับคนในครอบครัวของพวกท่านให้ทันเวลา และแม้ว่าพวกเขาจะถูกนำขึ้นไปอยู่บนยานช่วยชีวิต
จากสถานที่ที่อยู่ใกล้หรืออยู่ไกลจากที่ที่ญาติพี่น้องของพวกเขาอยู่ก็ตาม
แต่เมื่อขึ้นยานไปแล้ว พวกเขาก็จะได้พบกับครอบครัว เพื่อนฝูง และลูกๆอีกครั้ง
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การอพยพครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็คือจิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา
และความวางใจในอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน
มนุษย์โลกคนใดที่ดำเนินชีวิตอยู่ในสภาวะที่คลื่นความคิดมีการสั่นสะเทือนในระดับที่หยาบ รู้จักใช้แต่สัญชาตญาณดิบ
และประกอบแต่อกุศลกรรมต่างๆอยู่เป็นนิจ จะไม่สามารถทนทานต่อ “พลังงานบริสุทธิ์แห่งการลอยในอากาศ”
(The Pure Energy of Levitation, พลังงานนี้จะทำให้ความโน้มถ่วงของโลกไร้ผล สิ่งต่างๆจะลอยขึ้นไปสู่อวกาศ)
และบรรยากาศแห่งความรักที่อยู่ภายในยานช่วยชีวิตได้เลย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเราจึงต้องพร่ำบอกกับพวกท่านว่า
“พวกท่านต้องพยายามทำให้การเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณของพวกท่านสูงขึ้น!!!”
“คิดให้ลึกๆเกี่ยวกับการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า และพระบุตรของพระองค์คือพระเยซูคริสต์”
เพราะทุกๆพลังอำนาจมีต้นกำเนิดมาจากพระองค์ และพลังอำนาจนี้ก็ติดตามพวกท่านไปทุกหนทุกแห่ง
ความศรัทธาและความรักจะทำให้องค์ประกอบที่เป็นสสารของร่างกายเนื้อของพวกท่านยังคงดำรงอยู่ได้ง่ายดายขึ้น
และมันจะทำให้พวกท่านเข้าใกล้ความเป็นจิตวิญญาณมากขึ้น
ซึ่งนั่นจะทำให้ท่านสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ในวันโลกาวินาศที่ใกล้จะมาถึงนี้
มีชาวโลกอีกมากมายที่ไม่เชื่อเรื่องพระผู้เป็นเจ้า และก็ได้ฝ่าฝืนกฎของพระองค์โดยเจตนา

จงค้นหาเส้นทางเพื่อไปให้ถึงพระองค์ การเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าคือหนทางที่จะเปลี่ยนให้ชีวิตของพวกท่านมีศีลธรรมมากขึ้น
และมีชีวิตในด้านบวกมากขึ้น
จงควบคุมทุกๆความคิดและความรู้สึกของพวกท่าน อย่าให้มันถูกครอบงำด้วยความอิจฉาริษยา ความหวาดระแวง และการโต้แย้ง
จงปฏิเสธทุกๆสิ่งที่จะไปเกี่ยวข้องกับผู้อื่นโดยไม่เป็นไปด้วยความรัก
จงเรียนรู้ที่จะอดทนอดกลั้น
จงตระหนักให้ดีว่าสิ่งที่พวกท่านตำหนิและปฏิเสธนั้นส่วนใหญ่แล้วมันก็คือข้อบกพร่องของตัวท่านเอง
จงพยายามมองให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคน สัตว์ทุกตัว ต้นไม้ทุกต้น และทุกๆสิ่งในธรรมชาติทั้งหมด คือพี่น้องของพวกท่านเอง
เราขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า จงเริ่มต้นที่การควบคุมความคิดของท่านเองให้คิดแต่สิ่งที่ถูกต้องดีงาม เพราะว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง
มีต้นกำเนิดมาจากความคิด มนุษย์ทุกๆคนใครคิดอย่างไร ก็จะได้อย่างนั้น (Every man is what he thinks)
สำหรับผู้ที่พยายามที่จะมีชีวิตอยู่บนเส้นทางอันบริสุทธิ์ แต่ไม่มีความรู้ทางจิตวิญญาณมากเพียงพอ
หลังจากที่พวกเขาถูกช่วยชีวิตขึ้นมาบนยานแล้ว พวกเขาจะได้รับการฝึกฝนบนยานอวกาศของพวกเรา
เพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถมีชีวิตอยู่ในโลกใหม่ที่ถูกชำระล้างทางจิตวิญญาณแล้วนี้ และเป็นโลก “กึ่งวัตถุธาตุ”
(Half-Material New World) ได้
การอพยพวิญญาณของมนุษย์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ จะเริ่มขึ้น ณ.ช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์ของพวกเราจะคำนวณออกมาให้
ว่าช่วงเวลาไหนคือช่วงเวลาที่อันตรายร้ายแรงที่สุดจะมาถึง
อันตรายร้ายแรงที่ว่านี้สามารถเป็นได้ทั้งอันตรายในระดับโลกหรือในระดับภูมิภาค
ขึ้นอยู่กับการว่าเป็นการปะทะของโลกทั้งใบหรือว่าเพียงบางส่วนของมัน
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะมีผลต่อระดับความรุนแรงของอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละชนชาติและแต่ละพื้นที่ก็คือ “กรรม” และ “ศีลธรรม”
ของประชาชนในพื้นที่นั้นๆเอง
ดาวเคราะห์โลกถูกทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานจากการเสียสมดุลภายในไป เพราะการทดลองอาวุธนิวเคลียร์
และเพราะด้วยเหตุนี้ ภูเขาไฟที่ตายแล้วหลายๆลูกก็จะกลับปะทุขึ้นมาใหม่ มันจะเกิดแผ่นดินไหวมากมาย
เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมากมาย เมืองและประเทศต่างๆในโลกจะถูกน้ำท่วม มหาสมุทรจะบ้าคลั่งเพราะพายุรุนแรง
นอกจากนี้ยังมีภัยพิบัติอื่นๆอีกมากมายที่จะเกิดขึ้น
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะ “ความโลภ” และ “ความไร้ศีลธรรม” ของมนุษย์โลกเอง
ตัวอย่างที่เด่นชัดตัวอย่างหนึ่งที่พวกท่านได้เห็นแล้ว ก็คือเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอิหร่านเมื่อพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน ปี 1990
มีประชาชน 150,000 คนต้องเสียชีวิต หลายพันคนได้รับบาดเจ็บ หลายร้อยคนไร้ที่อยู่อาศัย
ภัยพิบัตินี้ เป็นเพียงส่วนเล็กๆของการชำระโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น
ในช่วงเวลาแห่งการชำระโลกผู้คนจะสับสนอลหม่านและตาย พวกเขาจะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะรอดพ้นจากความตายได้
และเมื่อนั้นพวกเขาจะเริ่มนึกถึงพระผู้เป็นเจ้าและวิงวอนให้พระองค์ช่วย แต่มันก็จะสายเกินไปเสียแล้ว
มันเป็นไปได้ว่าท่ามกลางความสับสนอลหม่านนี้ จะมีบางชนชาติที่เลือกที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์
ซึ่งนั่นแหละจะหมายถึงการสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์
พี่น้องชาวจักรวาลของพวกท่านมีศักยภาพที่จะควบคุมสถานการณ์นี้ได้อย่างแน่นอน
และเมื่ออันตรายนี้เกิดขึ้น พวกเขาจะแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที โดยอาศัย “ผู้ร่วมงาน” ที่อยู่บนดาวเคราะห์โลกใบนี้
และเป็นผู้ที่พวกเขาติดต่อด้วย และจากนั้นพวกเขาก็จะเริ่มปฏิบัติการอพยพผู้คนโดยทันที โดยใช้ยานช่วยชีวิตของพวกเรา
แล้วทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง
จงอย่าเสียดายทรัพย์สมบัติและเงินทองใดๆ จงทิ้งมั[/color]นไว้ เพราะในอนาคตข้างหน้าของพวกท่าน
มันจะมีค่าแค่เพียงเศษฝุ่นธุลีเท่านั้นเอง
พวกเราทั้งหมดมีความตระหนักถึงความจริงเกี่ยวกับระบบป้องกันภัยของบางชนชาติเป็นอย่างดี
ชนชาติเหล่านั้นอาจจะเข้าใจว่าพวกเราคือ “ผู้รุกราน” และพวกเขาก็จะระดมกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อทำลายพวกเรา
ในกรณีนี้พวกเราก็จะใช้วีธีการสร้าง “การลอยตัวในอากาศ” (The Form of Levitation) ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เราได้กล่าวไปแล้ว
(อันนี้ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนะครับ มันอาจจะเป็นการส่งคลื่นพลังงานลงมาทำให้แรงโน้มถ่วง ณ.บริเวณนั้นๆไร้ผล
แล้วอาวุธทั้งหลายและกองทัพทั้งกองทัพก็อาจจะลอยเคว้งคว้างควบคุมไม่ได้หรือเปล่านะ เพราะเขาใช้ศัพท์คำว่า Levitation
บางทีผมก็คิดว่าหรือว่าพวกเขาจะใช้วิธี “ดูด” เอาอาวุธพวกนั้นขึ้นไปกันแน่ แต่เท่าที่แปลมาเยอะแล้วนี่ ถ้า”ดูด” ขึ้นไปบนยานเลยนี่
เขาใช้ศัพท์คำว่า Elevation หรือ Elevator ครับ - Chayutt)
เราต้องการเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ผู้ใดที่ใช้ชีวิตอยู่บนความสนใจแต่เพียงด้านวัตถุสิ่งของ
ผู้ใดที่ยอมตกอยู่ภายใต้การครอบงำของความชั่วร้าย และความยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตัวตน
ผู้ใดที่สร้างแต่ความทุกข์ความเดือดร้อนให้แก่ญาติมิตรของตนเองด้วยคลื่นความสั่นสะเทือนในด้านลบของเขา
จะมีโอกาสรอดชีวิตจากคลื่นความสั่นสะเทือนแห่งความรักและความดีในบรรยากาศของพวกเราได้น้อยเต็มที
ข้อความต่างๆที่พวกเราได้ส่งมาถึงชาวโลกตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมาจนถึงบัดนี้ นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่ความจำเป็น
ของการมีศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าแล้ว พวกเรายังได้มุ่งเน้นไปที่การมีความรักและการมีศีลธรรมอันบริสุทธิ์อีกด้วย
ผู้ใดที่ดำเนินชีวิตคล้อยตามกฎของพระผู้เป็นเจ้า ผ่านทางการสั่นสะเทือนด้านความรัก
ผู้นั้นก็จะมีเกราะป้องกันภยันตรายทั้งปวงได้อย่างเหลือเชื่อ ผู้นั้นจะรู้สึกถึงความปลอดภัย รู้สึกถึงความศรัทธา
และรู้สึกถึงความสวยสดงดงาม
ดาวเคราะห์โลกดวงนี้ คือสถานที่สั่งสอนวิญญาณที่สำนึกผิด กำลังดำเนินมาถึงจุดสุดเกลียวก้นหอยของมันแล้ว
มันจะถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ แล้วถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ระดับการสั่นสะเทือนของมันจะสูงขึ้น
ด้วยวิธีนี้มันจะมีโครงสร้างแบบ ”กึงวัตถุธาตุ” (Half-Material Structure)
และมันก็จะเปิดโอกาสให้รูปธรรมต่างๆจุติลงมาเกิดเพื่อดำเนินบนทางของตนเองเพื่อกลับสู่พระผู้สร้างอีกครั้ง
สิ่งมีชีวิตบนโลกใหม่นี้ จะไม่รู้จักการทำสงครามและการเข่นฆ่ากัน ปราศจากการยึดมั่นในอัตตาตัวตน
ปราศจากความอิจฉาริษยาและความเกียดชัง รวมถึงความรู้สึกด้านลบทั้งหลาย
พวกเขาจะถูกสอนให้รู้จักวิธีที่จะอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความรัก และจะถูกสอนให้สนับสนุนและสำนึกในบุญคุณของพระผู้เป็นเจ้า

พี่น้องจากต่างดาวทั้งหลาย จะนำวิทยาการความรู้ใหม่ๆมากมายมาสู่มนุษยชาติในไม่ช้า
มีพวกเขามากมายที่ลงมาเกิดบนโลกใบนี้แล้ว เพื่อมาทำภารกิจนี้ และอาศัยปะปนอยู่ท่านกลางพวกท่านในขณะนี้
อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง จงวางใจในพระผู้เป็นเจ้า
เมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีพลังอำนาจสามารถสร้างพวกท่านขึ้นมาได้
พระองค์ก็ทรงมีพลังอำนาจที่จะการปกป้องพวกท่านได้ด้วยเช่นกัน
เพียงแต่พวกท่านร้องขอ และมีความบริสุทธิ์เพียงพอ
พวกท่านจงตั้งตารอคอยบ้านใหม่ที่สวยสดงดงามของพวกท่านในอนาคต มันจะเป็นดินแดนแห่งอิสรภาพ สันติสุข สุขภาพที่ดี
และดินแดนแห่งความรัก
เราขอแนะนำเพื่อนๆของเราทุกๆหมู่เหล่า และทุกๆคน ให้มาสวดมนต์บทนี้กัน
“พวกเราขอวิงวอนต่อพระบิดาเจ้า ผู้สถิตอยู่ในห้วงอวกาศอันไร้ขอบเขต
พวกเราขอวิงวอนด้วยความรักและความนอบน้อม ขอพระองค์ทรงสถิตอยู่กับเรา
จงสถิตอยู่กับพวกเราในช่วงแห่งเวลาที่ลำเค็ญนี้
จงช่วยพวกเราและพี่น้องเพื่อนร่วมโลกของพวกเราทุกๆคน
พวกเรามีพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์เป็นผู้นำทาง
เพื่อไปสู่พี่น้องชาวจักวาล ที่ยึดมั่นในกฎแห่งความรัก
ความสันติสุข ความนอบน้อม และความอดทน
ที่ๆมีคุณภาพชีวิตแตกต่างไปจากบนดาวเคราะห์โลกใบนี้
พวกเราขอฝากอนาคตของพวกเราไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์
เพราะพวกเรารู้ว่าพระองค์ทรงปกป้องพวกเราได้
และสามารถนำทางพวกเราให้ผ่านพ้นเหตุการณ์อันมืดมิดนี้ไปได้
ไปสู่แสงสว่างแห่งชีวิตในภายภาคหน้า”
ขอบคุณ คุณ Chayutt ผู้แปล จากบอร์ดพลังจิต
เนื้อหาอาจจะเน้นไปทางศาสนาคริสต์ ในทางศาสนาพุทธก็คือ การละวางอัตตาตัวตน
มีเมตตาจิตหรือพลังบวกค้ำจุนโลกต่อไป
สถานที่: เมือง Quito, ประเทศสาธารณรัฐเอควาดอร์ (Ecuador)
เมื่อไหร่? เมื่อไหร่ที่จุดวิกฤติที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆของโลกได้มาถึง
เหตุการณ์เหล่านี้จะเปลี่ยนรังสีออร่าและสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์โลก
ซึ่งกำหนดเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเหล่านั้น ถูกเชื่อมโยงอยู่กับ
"กรรม" และ "ความไร้ศีลธรรม" ของผู้คนบนโลกที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นโดยตรง

เมื่อถึงเวลานั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของโลกหลายอย่าง ทั้งทางธรณีวิทยาและชีววิทยา
จะถึงจุดที่จะต้องมีการช่วยชีวิตผู้คนบนโลกโดยการใช้แผนการอพยพที่วางเอาไว้แล้ว
แผนการช่วยเหลือมนุษย์โลกในช่วงภาวะวิกฤตินี้ ได้ถูกขบคิดและวางแผนมาอย่างถูกต้องแม่นยำนานแล้ว
แต่ก็จะมีชาวโลกเป็นจำนวนมากที่จะปฏิเสธความช่วยเหลือดังกล่าวนี้ เพราะคุณสมบัติของพวกเขาเอง
ชาวโลกที่ยินยอมให้พวกเราช่วยเหลือจะได้รับการดูแล ตามแต่สภาวะจิต วุฒิภาวะทางจิตวิญญาณ และอายุของพวกเขา
ชาวโลกบางคนจะถูกทำให้หลับเพื่อไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อพวกเขาตื่นขึ้นมา พวกเขาจะปลอดภัยอยู่ในยานอวกาศ
ที่ดูเหมือนกับเมืองทั่วๆไป จนกว่าพวกเขาจงถูกส่งกลับลงมาบนโลกใหม่อีกครั้ง
ชาวโลกบางส่วนจะถูกส่งไปเตรียมความพร้อมบนดาวดวงอื่นๆ เพื่อไปปรับตัวให้ชินกับสภาพอากาศที่นั่น เพื่อไปวิวัฒนาการต่อที่นั่น
แม้แต่พืชและสัตว์ต่างๆก็จะถูกนำขึ้นไปอยู่บนดวงดาวเหล่านั้นด้วย โดยไม่รบกวนวิวัฒนาการของพวกมันเลย
จากนั้นพวกมันก็จะถูกส่งกลับลงมายังโลกใหม่อีกครั้ง
เด็กๆจะถูกนำขึ้นไปขณะหลับ ไปยังห้องที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษในยานอวกาศที่เต็มไปด้วยคลื่นความสั่นสะเทือนแห่งความรัก
หลังจากนั้นไม่นาน บรรดาเด็กๆก็จะได้พบกับผู้ปกครองของตนเอง
ในระหว่างที่เด็กๆอยู่บนยานอวกาศนั้น เด็กๆจะผ่านเข้าสู่วงจรแห่งการเปลี่ยนรูปอะไรบางอย่าง
ซึ่งเมื่อจบสิ้นกระบวนการแล้วเด็กๆจะฉลาดเฉลียวและมีวุฒิภาวะ
หลังจากนั้นเด็กๆก็จะถูกส่งกลับลงมาที่โลกที่ถูกชำระแล้วอีกครั้ง ในฐานะของผู้ที่จะสร้างโลก
ไม่ต้องเป็นห่วงลูกๆของพวกท่าน เพราะว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เฉกเช่นเดียวกับตัวพวกท่านเอง
ความรักเป็นพลังที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของพวกเรา และพวกเราไม่สามารถที่จะทำเรื่องที่เลวร้ายได้
เหมือนอย่างที่มนุษย์โลกอย่างพวกท่านที่ทำร้ายกันเอง
โครงสร้างร่างกายของมนุษย์โลกในอนาคตจะเป็นแบบ “กึ่งกายทิพย์” มนุษย์ทุกๆคนบนโลกใหม่จะสามารถโทรจิตได้
รู้อนาคตได้ และหายตัวได้
การช่วยชีวิตมนุษย์จากไฟนรกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติต่างๆนาๆ ก็คือการอพยพครั้งยิ่งใหญ่นี้
ไม่มีใครที่จะบังคับใครให้อพยพได้ เพราะทางเลือกอิสระคือสิ่งสำคัญ
การอพยพจะสามารถรักษากายเนื้อของมนุษย์ไว้ได้ มนุษย์จะรอดชีวิตอยู่ในยานอวกาศ
และเมื่อภัยพิบัติต่างๆเกิดขึ้นจนเสร็จสิ้นลงแล้ว มนุษย์ก็จะถูกนำกลับลงมาบนโลกใหม่ที่ถูกชำระจนสะอาดแล้วอีกครั้ง
เหตุการณ์ทั้งหมดจะกินเวลาเพียงสั้นๆเพราะว่าทุกๆอย่างจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มนุษย์โลกทุกๆคนจะสามารถสัมผัสได้
จงปรึกษาหารือกับคนในครอบครัวของพวกท่านให้ทันเวลา และแม้ว่าพวกเขาจะถูกนำขึ้นไปอยู่บนยานช่วยชีวิต
จากสถานที่ที่อยู่ใกล้หรืออยู่ไกลจากที่ที่ญาติพี่น้องของพวกเขาอยู่ก็ตาม
แต่เมื่อขึ้นยานไปแล้ว พวกเขาก็จะได้พบกับครอบครัว เพื่อนฝูง และลูกๆอีกครั้ง
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การอพยพครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ก็คือจิตใจที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา
และความวางใจในอำนาจของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน
มนุษย์โลกคนใดที่ดำเนินชีวิตอยู่ในสภาวะที่คลื่นความคิดมีการสั่นสะเทือนในระดับที่หยาบ รู้จักใช้แต่สัญชาตญาณดิบ
และประกอบแต่อกุศลกรรมต่างๆอยู่เป็นนิจ จะไม่สามารถทนทานต่อ “พลังงานบริสุทธิ์แห่งการลอยในอากาศ”
(The Pure Energy of Levitation, พลังงานนี้จะทำให้ความโน้มถ่วงของโลกไร้ผล สิ่งต่างๆจะลอยขึ้นไปสู่อวกาศ)
และบรรยากาศแห่งความรักที่อยู่ภายในยานช่วยชีวิตได้เลย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเราจึงต้องพร่ำบอกกับพวกท่านว่า
“พวกท่านต้องพยายามทำให้การเจริญเติบโตทางจิตวิญญาณของพวกท่านสูงขึ้น!!!”
“คิดให้ลึกๆเกี่ยวกับการมีอยู่ของพระผู้เป็นเจ้า และพระบุตรของพระองค์คือพระเยซูคริสต์”
เพราะทุกๆพลังอำนาจมีต้นกำเนิดมาจากพระองค์ และพลังอำนาจนี้ก็ติดตามพวกท่านไปทุกหนทุกแห่ง
ความศรัทธาและความรักจะทำให้องค์ประกอบที่เป็นสสารของร่างกายเนื้อของพวกท่านยังคงดำรงอยู่ได้ง่ายดายขึ้น
และมันจะทำให้พวกท่านเข้าใกล้ความเป็นจิตวิญญาณมากขึ้น
ซึ่งนั่นจะทำให้ท่านสามารถรอดชีวิตอยู่ได้ในวันโลกาวินาศที่ใกล้จะมาถึงนี้
มีชาวโลกอีกมากมายที่ไม่เชื่อเรื่องพระผู้เป็นเจ้า และก็ได้ฝ่าฝืนกฎของพระองค์โดยเจตนา

จงค้นหาเส้นทางเพื่อไปให้ถึงพระองค์ การเชื่อในพระผู้เป็นเจ้าคือหนทางที่จะเปลี่ยนให้ชีวิตของพวกท่านมีศีลธรรมมากขึ้น
และมีชีวิตในด้านบวกมากขึ้น
จงควบคุมทุกๆความคิดและความรู้สึกของพวกท่าน อย่าให้มันถูกครอบงำด้วยความอิจฉาริษยา ความหวาดระแวง และการโต้แย้ง
จงปฏิเสธทุกๆสิ่งที่จะไปเกี่ยวข้องกับผู้อื่นโดยไม่เป็นไปด้วยความรัก
จงเรียนรู้ที่จะอดทนอดกลั้น
จงตระหนักให้ดีว่าสิ่งที่พวกท่านตำหนิและปฏิเสธนั้นส่วนใหญ่แล้วมันก็คือข้อบกพร่องของตัวท่านเอง
จงพยายามมองให้เห็นว่ามนุษย์ทุกคน สัตว์ทุกตัว ต้นไม้ทุกต้น และทุกๆสิ่งในธรรมชาติทั้งหมด คือพี่น้องของพวกท่านเอง
เราขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า จงเริ่มต้นที่การควบคุมความคิดของท่านเองให้คิดแต่สิ่งที่ถูกต้องดีงาม เพราะว่าทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง
มีต้นกำเนิดมาจากความคิด มนุษย์ทุกๆคนใครคิดอย่างไร ก็จะได้อย่างนั้น (Every man is what he thinks)
สำหรับผู้ที่พยายามที่จะมีชีวิตอยู่บนเส้นทางอันบริสุทธิ์ แต่ไม่มีความรู้ทางจิตวิญญาณมากเพียงพอ
หลังจากที่พวกเขาถูกช่วยชีวิตขึ้นมาบนยานแล้ว พวกเขาจะได้รับการฝึกฝนบนยานอวกาศของพวกเรา
เพื่อที่พวกเขาจะได้สามารถมีชีวิตอยู่ในโลกใหม่ที่ถูกชำระล้างทางจิตวิญญาณแล้วนี้ และเป็นโลก “กึ่งวัตถุธาตุ”
(Half-Material New World) ได้
การอพยพวิญญาณของมนุษย์ครั้งยิ่งใหญ่นี้ จะเริ่มขึ้น ณ.ช่วงเวลาที่คอมพิวเตอร์ของพวกเราจะคำนวณออกมาให้
ว่าช่วงเวลาไหนคือช่วงเวลาที่อันตรายร้ายแรงที่สุดจะมาถึง
อันตรายร้ายแรงที่ว่านี้สามารถเป็นได้ทั้งอันตรายในระดับโลกหรือในระดับภูมิภาค
ขึ้นอยู่กับการว่าเป็นการปะทะของโลกทั้งใบหรือว่าเพียงบางส่วนของมัน
สิ่งสำคัญที่สุดที่จะมีผลต่อระดับความรุนแรงของอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับแต่ละชนชาติและแต่ละพื้นที่ก็คือ “กรรม” และ “ศีลธรรม”
ของประชาชนในพื้นที่นั้นๆเอง
ดาวเคราะห์โลกถูกทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานจากการเสียสมดุลภายในไป เพราะการทดลองอาวุธนิวเคลียร์
และเพราะด้วยเหตุนี้ ภูเขาไฟที่ตายแล้วหลายๆลูกก็จะกลับปะทุขึ้นมาใหม่ มันจะเกิดแผ่นดินไหวมากมาย
เกิดการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมากมาย เมืองและประเทศต่างๆในโลกจะถูกน้ำท่วม มหาสมุทรจะบ้าคลั่งเพราะพายุรุนแรง
นอกจากนี้ยังมีภัยพิบัติอื่นๆอีกมากมายที่จะเกิดขึ้น
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเพราะ “ความโลภ” และ “ความไร้ศีลธรรม” ของมนุษย์โลกเอง
ตัวอย่างที่เด่นชัดตัวอย่างหนึ่งที่พวกท่านได้เห็นแล้ว ก็คือเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอิหร่านเมื่อพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน ปี 1990
มีประชาชน 150,000 คนต้องเสียชีวิต หลายพันคนได้รับบาดเจ็บ หลายร้อยคนไร้ที่อยู่อาศัย
ภัยพิบัตินี้ เป็นเพียงส่วนเล็กๆของการชำระโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น
ในช่วงเวลาแห่งการชำระโลกผู้คนจะสับสนอลหม่านและตาย พวกเขาจะไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อจะรอดพ้นจากความตายได้
และเมื่อนั้นพวกเขาจะเริ่มนึกถึงพระผู้เป็นเจ้าและวิงวอนให้พระองค์ช่วย แต่มันก็จะสายเกินไปเสียแล้ว
มันเป็นไปได้ว่าท่ามกลางความสับสนอลหม่านนี้ จะมีบางชนชาติที่เลือกที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์
ซึ่งนั่นแหละจะหมายถึงการสิ้นสุดอย่างสมบูรณ์
พี่น้องชาวจักรวาลของพวกท่านมีศักยภาพที่จะควบคุมสถานการณ์นี้ได้อย่างแน่นอน
และเมื่ออันตรายนี้เกิดขึ้น พวกเขาจะแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที โดยอาศัย “ผู้ร่วมงาน” ที่อยู่บนดาวเคราะห์โลกใบนี้
และเป็นผู้ที่พวกเขาติดต่อด้วย และจากนั้นพวกเขาก็จะเริ่มปฏิบัติการอพยพผู้คนโดยทันที โดยใช้ยานช่วยชีวิตของพวกเรา
แล้วทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลัง
จงอย่าเสียดายทรัพย์สมบัติและเงินทองใดๆ จงทิ้งมั[/color]นไว้ เพราะในอนาคตข้างหน้าของพวกท่าน
มันจะมีค่าแค่เพียงเศษฝุ่นธุลีเท่านั้นเอง
พวกเราทั้งหมดมีความตระหนักถึงความจริงเกี่ยวกับระบบป้องกันภัยของบางชนชาติเป็นอย่างดี
ชนชาติเหล่านั้นอาจจะเข้าใจว่าพวกเราคือ “ผู้รุกราน” และพวกเขาก็จะระดมกำลังทั้งหมดที่มีเพื่อทำลายพวกเรา
ในกรณีนี้พวกเราก็จะใช้วีธีการสร้าง “การลอยตัวในอากาศ” (The Form of Levitation) ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เราได้กล่าวไปแล้ว
(อันนี้ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนะครับ มันอาจจะเป็นการส่งคลื่นพลังงานลงมาทำให้แรงโน้มถ่วง ณ.บริเวณนั้นๆไร้ผล
แล้วอาวุธทั้งหลายและกองทัพทั้งกองทัพก็อาจจะลอยเคว้งคว้างควบคุมไม่ได้หรือเปล่านะ เพราะเขาใช้ศัพท์คำว่า Levitation
บางทีผมก็คิดว่าหรือว่าพวกเขาจะใช้วิธี “ดูด” เอาอาวุธพวกนั้นขึ้นไปกันแน่ แต่เท่าที่แปลมาเยอะแล้วนี่ ถ้า”ดูด” ขึ้นไปบนยานเลยนี่
เขาใช้ศัพท์คำว่า Elevation หรือ Elevator ครับ - Chayutt)
เราต้องการเน้นย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ผู้ใดที่ใช้ชีวิตอยู่บนความสนใจแต่เพียงด้านวัตถุสิ่งของ
ผู้ใดที่ยอมตกอยู่ภายใต้การครอบงำของความชั่วร้าย และความยึดมั่นถือมั่นในอัตตาตัวตน
ผู้ใดที่สร้างแต่ความทุกข์ความเดือดร้อนให้แก่ญาติมิตรของตนเองด้วยคลื่นความสั่นสะเทือนในด้านลบของเขา
จะมีโอกาสรอดชีวิตจากคลื่นความสั่นสะเทือนแห่งความรักและความดีในบรรยากาศของพวกเราได้น้อยเต็มที
ข้อความต่างๆที่พวกเราได้ส่งมาถึงชาวโลกตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมาจนถึงบัดนี้ นอกจากจะมุ่งเน้นไปที่ความจำเป็น
ของการมีศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าแล้ว พวกเรายังได้มุ่งเน้นไปที่การมีความรักและการมีศีลธรรมอันบริสุทธิ์อีกด้วย
ผู้ใดที่ดำเนินชีวิตคล้อยตามกฎของพระผู้เป็นเจ้า ผ่านทางการสั่นสะเทือนด้านความรัก
ผู้นั้นก็จะมีเกราะป้องกันภยันตรายทั้งปวงได้อย่างเหลือเชื่อ ผู้นั้นจะรู้สึกถึงความปลอดภัย รู้สึกถึงความศรัทธา
และรู้สึกถึงความสวยสดงดงาม
ดาวเคราะห์โลกดวงนี้ คือสถานที่สั่งสอนวิญญาณที่สำนึกผิด กำลังดำเนินมาถึงจุดสุดเกลียวก้นหอยของมันแล้ว
มันจะถูกชำระล้างให้บริสุทธิ์ แล้วถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ระดับการสั่นสะเทือนของมันจะสูงขึ้น
ด้วยวิธีนี้มันจะมีโครงสร้างแบบ ”กึงวัตถุธาตุ” (Half-Material Structure)
และมันก็จะเปิดโอกาสให้รูปธรรมต่างๆจุติลงมาเกิดเพื่อดำเนินบนทางของตนเองเพื่อกลับสู่พระผู้สร้างอีกครั้ง
สิ่งมีชีวิตบนโลกใหม่นี้ จะไม่รู้จักการทำสงครามและการเข่นฆ่ากัน ปราศจากการยึดมั่นในอัตตาตัวตน
ปราศจากความอิจฉาริษยาและความเกียดชัง รวมถึงความรู้สึกด้านลบทั้งหลาย
พวกเขาจะถูกสอนให้รู้จักวิธีที่จะอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความรัก และจะถูกสอนให้สนับสนุนและสำนึกในบุญคุณของพระผู้เป็นเจ้า

พี่น้องจากต่างดาวทั้งหลาย จะนำวิทยาการความรู้ใหม่ๆมากมายมาสู่มนุษยชาติในไม่ช้า
มีพวกเขามากมายที่ลงมาเกิดบนโลกใบนี้แล้ว เพื่อมาทำภารกิจนี้ และอาศัยปะปนอยู่ท่านกลางพวกท่านในขณะนี้
อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง จงวางใจในพระผู้เป็นเจ้า
เมื่อพระองค์ทรงเป็นผู้ที่มีพลังอำนาจสามารถสร้างพวกท่านขึ้นมาได้
พระองค์ก็ทรงมีพลังอำนาจที่จะการปกป้องพวกท่านได้ด้วยเช่นกัน
เพียงแต่พวกท่านร้องขอ และมีความบริสุทธิ์เพียงพอ
พวกท่านจงตั้งตารอคอยบ้านใหม่ที่สวยสดงดงามของพวกท่านในอนาคต มันจะเป็นดินแดนแห่งอิสรภาพ สันติสุข สุขภาพที่ดี
และดินแดนแห่งความรัก
เราขอแนะนำเพื่อนๆของเราทุกๆหมู่เหล่า และทุกๆคน ให้มาสวดมนต์บทนี้กัน
“พวกเราขอวิงวอนต่อพระบิดาเจ้า ผู้สถิตอยู่ในห้วงอวกาศอันไร้ขอบเขต
พวกเราขอวิงวอนด้วยความรักและความนอบน้อม ขอพระองค์ทรงสถิตอยู่กับเรา
จงสถิตอยู่กับพวกเราในช่วงแห่งเวลาที่ลำเค็ญนี้
จงช่วยพวกเราและพี่น้องเพื่อนร่วมโลกของพวกเราทุกๆคน
พวกเรามีพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์เป็นผู้นำทาง
เพื่อไปสู่พี่น้องชาวจักวาล ที่ยึดมั่นในกฎแห่งความรัก
ความสันติสุข ความนอบน้อม และความอดทน
ที่ๆมีคุณภาพชีวิตแตกต่างไปจากบนดาวเคราะห์โลกใบนี้
พวกเราขอฝากอนาคตของพวกเราไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์
เพราะพวกเรารู้ว่าพระองค์ทรงปกป้องพวกเราได้
และสามารถนำทางพวกเราให้ผ่านพ้นเหตุการณ์อันมืดมิดนี้ไปได้
ไปสู่แสงสว่างแห่งชีวิตในภายภาคหน้า”
ขอบคุณ คุณ Chayutt ผู้แปล จากบอร์ดพลังจิต
เนื้อหาอาจจะเน้นไปทางศาสนาคริสต์ ในทางศาสนาพุทธก็คือ การละวางอัตตาตัวตน
มีเมตตาจิตหรือพลังบวกค้ำจุนโลกต่อไป