![]() บทขอขมาพระรัตนตรัย โยโทโส โมหะจิตเต นะพุทธัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุการกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป โยโทโส โมหะจิตเต นะธัมมัสมิง ปาปะกะโต มะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุการกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระธรรมเจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป โยโทโส โมหะจิตเต นะสังฆัสมิง ปาปะกะโต ท่านพุทธทาส แห่งสวนโมกขพลาราม จ.สุราษฎร์ธานี เป็นที่รู้จักกันดีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยท่านมีบทความทางการปฏิบัติในพระพุทธศาสนาอยู่อย่างแพร่หลายมานานทีเดียว ท่านเป็นพระที่สอนการปฏิบัติธรรมแบบทางตรงไม่อ้อมค้อม จนบางครั้งมีผู้สงสัยว่า ไม่เห็นท่านเอ่ยถึงนรก สวรรค์ ชาตินี้ ชาติหน้ามะยา ขะมะถะเม กะตัง โทสัง สัพพะปาปัง วินัสสันตุการกระทำอันหลงผิดอันใด ซึ่งกระทำล่วงเกินแล้วในคุณพระสงฆ์เจ้า ข้าพเจ้าขอกล่าวคำขอขมา เพื่อการบาปกรรมทั้งหลายทั้งปวงจงสูญสิ้นไป ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ของท่านหลายๆคน เลยตัดสินว่าที่ท่านไม่พูดนั้นแสดงว่า ไม่มีจริงเพราะท่านสอนแบบประโยชน์ในปัจจุบันจริงๆ โดยเขาอ้างว่าตามพระ ไตรปิฎก ที่พระพุทธเจ้าสอนพุทธธรรมกำมือเดียว แต่ใบไม้ที่นอกกำมือมีอีกมาก จะปฏิเสธไปเลยทีเดียวไม่ได้ ตามการวิเคราะห์ของผู้เขียน ผู้ที่เข้ามาสนใจใน การปฏิบัติธรรม มีหลายจำพวก แยกได้คือ
บางครั้งการสอนเรื่องจิตว่างของท่าน ซึ่งใช้คำว่า "จงทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง" เป็นการทำงานเพื่องาน ทำบุญโดยไม่หวังอะไร ซึ่งระดับจิตต้องพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง เคยมีวิวาทะระหว่างท่านคึกฤทธิ์ กับท่านพุทธทาสในเรื่องนี้ มีหนังสือตีพิมพ์ออกมาเป็นการพูดกันคนละมุม
| ||||
ซึ่งตรงกับที่หลวงปู่ดู่เคยพูดไว้ เมื่อมีลูกศิษย์ของท่านกล่าวเชิงวิจารณ์ท่านพุทธทาส โดยท่านเตือนว่า "อย่าไปประมาทท่าน ท่านก็มีดีของท่าน เราไม่รู้จริง เดี๋ยวเป็นบาปนะแก" ที่มา : ร่มเงาพุทธฉัตรผู้เขียน : อาจารย์ศุภรัตน์ แสงจันทร์ "เราเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้า จะปฏิเสธเรื่องของพระพุทธเจ้าไม่ได้ นรก สวรรค์นั้น ก็เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นจริง ชาตินี้ ชาติหน้า แม้แต่ยุคพระศรีอาริย์ก็มีจริง แต่เราเล็งเห็นความหยาบของจิตในมนุษย์เหล่านี้ เราเลยไม่สอน สอนแต่บรมธรรมของพระพุทธเจ้าเท่านั้น"ท่านพุทธทาส ภิกขุ. หลวงปู่เกษม พระอริยเจ้าที่เป็นสหธรรมิกที่เคารพกันมากกับหลวงปู่ดู่ กล่าวกับลูกศิษย์ว่า "อยากฟังธรรมะ ให้ไปหาท่านพุทธทาส อยากไหว้พระปฏิบัติดี ให้ไปไหว้หลวงพ่อดู่ วัดสะแก" จริงๆแม้จะน้อยหายาก แต่คำสอนท่านพุทธทาสเคยอ่านเจอท่านมีกล่าวถึงที่ท่านสัมพัสภูมิเปรตด้วย เรื่องของเรื่องคือท่านไปวัดแห่งหนึงไปกราบพระที่เป็นกัลยาณมิตรพอตกเย็นๆ ท่านนั่งสบายๆชมวิวทิวทัศน์จิตทำสมาธิท่านก็ได้ยินเสียงโหยหวนท่านจึง พิจารณาตามดูท่านก็เล่าว่าเป็นเสียงเปรตที่เป็นทายกของวัดตอนยังมีชีวิตอยู่ แต่ยักยอกเงินวัดไปทำให้ต้องมาเป็นเปรต แม้ว่าจะมีบันทึกเรื่องราวแบบนี้ของท่านพุทธทาสอยู่น้อยนิดแต่ก็น่าจะแสดงถึงภูมิจิตและสิ่งที่ท่านรู้ได้ส่วนหนึง คนเข้าใจผิดเรื่องท่านพุทธทาสภิกขุกันมานานแล้ว เนื่องจากส่วนหนึงเข้าใจไปว่า ท่านปฎิเสธ เรื่องนรก-สวรรค์ และสอนบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะคนบางคนตีความธรรมะของท่านด้วยความเข้าใจส่วนตัว และตัดเอาแค่บางประโยคจากหนังสือธรรมะของท่านที่มีเป็นจำนวนมาก มาขยายความทำให้เข้าใจไปว่า ท่านบิดเบือน ![]() ไม่อยากอธิบายยืดยาว นักเอาเป็นว่าน้อยคนนักที่จะรู้ถึงเหตุการ์ณหนึงซึ่งผมเคยได้ยินมาจากศิษย์ สายหลวงพ่อฤาษีคนเก่าๆว่ามีครั้งหนึงหลวงพ่อฤาษีลิงดำท่านให้ศิษย์พานั่งรถ ไปหาท่านพุทธทาส เข้าใจว่าที่สวนโมกข์ น้อยคนนักที่จะรู้เพราะเป็นการพบกันส่วนตัวพอท่านเจอกันต่างองค์ก็ไหว้ซึ่ง กันและกัน และสนทนาธรรมกันอีกกว่า2 ชั่วโมง พอตอนลูกศิษย์พาหลวงปู่ฤาษีขับรถกลับท่านพูดให้ลูกศิษย์ ในรถได้ยินกันชัดแจ๋วว่า "เออ อย่างนี้สิถึงจะคุยถูกคอ" ธรรมะท่านพุทธทาส ท่านลึกซึ้งและเน้นที่ปัจจุบันมาก และอีกประการเหตุที่ท่านสอนลักษณะนั้น เพราะท่านมีวาระที่ต้องการให้ศาสนาพุทธเผยแพร่หลักธรรมเป็นสากลแก่นานาชาติ เห็นได้จากที่หนังสือท่านได้รับการแปลเป็นภาษาต่างๆ อีกทั้งที่ท่านได้รับการยกย่องจาก unesco มีหลายคนที่ปฎิบัติตามแนวคำสอนของท่าน และเป็นคนดี ในสังคมมีมากมายนั้นเป็นเพราะเขาเหล่านั้นเลือกเอาสิ่งที่ดีโดยไม่เสียเวลา กับสิ่งที่ไม่ดีที่พิสูจน์ไม่ได้ ธรรมะของท่านพุทธทาสนั้นเป็นเสมือนมะม่วงที่มีแต่เม็ด ไม่มีเนื้อหวานๆให้ลิ้มรส แต่จะเข้าถึงความขมที่เม็ดเลย ของจริงนิ่งเป็นใบ้ อนุโมทนา สาธุด้วยครับ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ ประเสริฐโดยแท้ หลายท่าน พบเรื่องราวนี้แล้วเป็นนิมิตรหมายที่ดี ถ้าท่านเคยปรามาสท่านพุทธทาสเอาไว้ ขอให้นึกย้อนกลับไป ดูดีๆ ข้อความ ที่เราไม่รู้จริงแล้ว พูดออกไป เวลานี้ หลวงปู่ท่านเมตตา มายืนยันให้แล้ว ว่า ท่านไม่ได้เป็นอย่างที่บัณฑิตในโลกทั้งหลาย เคยพูดจา จาบจ้วง ล่วงเกิน ท่าน ก็ขอขมาท่าน โยโทโส โมหะจิตเต .... ขอขมาขอให้ท่าน อโหสิกรรม ให้สิ้นเวรสิ้นกรรมในเว็บเพจนี้ ที่ปรากฏรายละเอียดอยู่ข้างต้นตามสะดวก ลงทุนน้อยๆได้ อกุศลกรรมมากๆ ก็คือกรรมทางวาจา พูด จาบจ้วง ล่วงเกิน ปรามาส พระรัตนตรัย พระผู้ประพฤติดีทั้งหลาย คนเรานั้นไม่ทำชั่ว 24 ชม. ไม่ได้เป็นซาตานมาเกิด หลวงปู่ท่านสอนเสมอ คนดีเค้าไม่ตีใคร ขอให้เก็บไปคิด และหมั่นปฏิบัติดีกันมากๆ พบท่านไหนดี ก็อนุโมทนากับท่านครับ ขออนุโมทนา สาธุด้วยครับ |





